Napa Valley แหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา
Napa Valley คือแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงสูงสุดในสหรัฐอเมริกา ผลิต Cabernet Sauvignon ระดับโลกที่ดีที่สุดนอกฝรั่งเศส ด้วย Sub-AVA 16 แห่งและผู้ผลิตชั้นนำหลายร้อยราย Napa Valley คือจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักดื่มไวน์ทั่วโลก
Napa Valley กลายเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักหลังจาก "Judgment of Paris" ในปี 1976 เมื่อไวน์ California ชนะไวน์ฝรั่งเศสในการชิมแบบตาบอด เหตุการณ์นี้เปลี่ยนโลกไวน์ตลอดกาลและทำให้ Napa Valley กลายเป็น Wine Country ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน
หุบเขา Napa ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 56 กิโลเมตร กว้างประมาณ 8 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาทางทิศตะวันตก (Mayacamas) และตะวันออก (Vaca Mountains) หมอกและลมเย็นจาก San Francisco Bay ทางใต้ช่วยทำให้ Carneros และตอนล่างของหุบเขาเย็นกว่าส่วนเหนือ
ประวัติของ Napa Valley
การปลูกองุ่นใน Napa เริ่มต้นในปี 1838 โดย George Calvert Yount อดีตนักล่าสัตว์ที่ตั้งรกรากในหุบเขา ผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกคือ Charles Krug ในปี 1861 ตามมาด้วย Beringer (1875) ที่ยังคงผลิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
Prohibition (1920-1933) ทำให้อุตสาหกรรมไวน์ล่มสลาย และต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษในการฟื้นฟู ก่อนที่ Judgment of Paris จะเปลี่ยนทุกอย่าง
Sub-AVA ใน Napa Valley
Oakville: บ้านของ Opus One
Oakville อยู่กลางหุบเขา มีดินกรวดที่ระบายน้ำดีเยี่ยม ให้ Cabernet Sauvignon ที่มีผลไม้เข้มข้นและโครงสร้างดี ผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ Opus One, Far Niente, Robert Mondavi Winery
Rutherford: "Rutherford Dust"
Rutherford มีชื่อเสียงด้านดิน "Rutherford Dust" ที่ให้กลิ่นดินเฉพาะตัวในไวน์ ผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ Beaulieu Vineyard, Inglenook, Rubicon Estate
Stags Leap District: บ้านของ Judgment of Paris
Stags Leap District ทางตะวันออกเฉียงใต้ให้ Cabernet ที่นุ่มนวลกว่าส่วนอื่น บ้านของ Stag's Leap Wine Cellars ที่ชนะ Judgment of Paris
Howell Mountain และ Mount Veeder
Mountain AVA ที่ความสูง 600-900 เมตรให้ไวน์ที่มีกรดสูงกว่า แทนนินแน่นกว่า และโครงสร้างดีกว่า
Carneros: เย็นที่สุด
Carneros ทางใต้สุดของหุบเขา ได้รับอิทธิพลหมอกจาก Bay มากที่สุด เหมาะสำหรับ Chardonnay และ Pinot Noir
ผู้ผลิตไวน์ Napa ที่ควรรู้จัก
| ผู้ผลิต | Flagship Wine | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Screaming Eagle | Cabernet Sauvignon | 100,000-500,000+ บาท |
| Harlan Estate | The Proprietress | 50,000-200,000 บาท |
| Opus One | Opus One | 8,000-20,000 บาท |
| Caymus | Special Selection Cabernet | 4,000-8,000 บาท |
| Silver Oak | Napa Valley Cabernet | 3,000-6,000 บาท |
| Jordan | Cabernet Sauvignon | 2,000-3,500 บาท |
| Beringer | Private Reserve Cabernet | 1,500-3,000 บาท |
สภาพภูมิอากาศและดิน
ภูมิอากาศ Mediterranean
Napa มีฤดูร้อนอบอุ่นและแห้ง ฤดูหนาวเปียกชื้น ฝนส่วนใหญ่ตกในช่วงธันวาคม-มีนาคม ทำให้ช่วงเก็บเกี่ยวในเดือนกันยายน-ตุลาคมแห้งสนิท เหมาะสำหรับการสุกแก่ขององุ่น
ดินหลายประเภท
Napa มีดินมากกว่า 100 ประเภทในพื้นที่เล็กๆ ตั้งแต่กรวดในหุบเขา ดินภูเขาไฟบนเนินเขา และดินตะกอนริมแม่น้ำ ความหลากหลายนี้คือเหตุผลที่ Sub-AVA แต่ละแห่งให้รสชาติแตกต่างกัน
การท่องเที่ยว Wine Country ใน Napa
Napa Valley เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวไวน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 3.5 ล้านคนต่อปี
กิจกรรมที่นิยม:
- Wine Tasting ที่ Winery
- Hot Air Balloon ride เหนือหุบเขา
- Gourmet Dining ที่ French Laundry (3 ดาว Michelin)
- Cycling along the valley
- Spa และ Wellness Resort
วิธีจับคู่ Napa Cabernet กับอาหาร
Napa Cabernet Sauvignon เข้ากับ:
- สเต็กเนื้อ Prime Cut
- เนื้อแกะ Rack
- ชีสแข็งอายุนาน
- ช็อกโกแลตดำ
- อาหาร Hearty American
อาหารไทยที่เข้ากันได้:
- เนื้อวัวย่างรสเข้มข้น
- แกงเนื้อ (รสไม่เผ็ดมาก)
- หมูหัน
สงสัยว่าไวน์ตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน Line ได้เลย ตอบทุกวัน
สรุป
Napa Valley คือจุดหมายในฝันของนักดื่มไวน์ทั่วโลก ไวน์ Cabernet Sauvignon จาก Napa คือมาตรฐานของ New World Wine ที่ผสมผสานความเข้มข้นของผลไม้เข้ากับโครงสร้างและศักยภาพในการเก็บบ่มที่น่าประทับใจ



