Wine Tasting 101 วิธีชิมไวน์อย่างมืออาชีพ

WineSiam|2 นาที|อัปเดต 10 มีนาคม 2569
Wine Tasting 101 วิธีชิมไวน์อย่างมืออาชีพ

Wine Tasting คืออะไร และทำไมต้องเรียนรู้?

Wine Tasting คือการประเมินไวน์อย่างเป็นระบบโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งสายตา กลิ่น และรสชาติ วิธีมาตรฐานมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ ดูสี ค้างแก้ว ดมกลิ่น ชิม และสรุป การเรียนรู้ Wine Tasting ช่วยให้เข้าใจและเพลิดเพลินกับไวน์ได้มากขึ้น

Wine Tasting ไม่ได้สงวนไว้สำหรับ Sommelier หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ทุกคนสามารถเรียนรู้การชิมไวน์อย่างเป็นระบบได้ และยิ่งฝึกบ่อย ความสามารถในการสังเกตกลิ่นและรสชาติก็จะยิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ขั้นตอน Wine Tasting แบบ 5S

ขั้นที่ 1: See (ดูสี)

เอียงแก้วไวน์เหนือพื้นขาว (กระดาษขาวหรือผ้าขาว) มองดูสีและความใสของไวน์

สิ่งที่ควรสังเกตในสี:

ไวน์แดง:

  • ม่วง-แดงสด: ไวน์อ่อน เพิ่งผลิต
  • แดงทับทิม: อายุปานกลาง
  • อิฐ-ส้ม: ไวน์เก่า บ่มนาน

ไวน์ขาว:

  • เหลืองอ่อน-เขียว: ไวน์สด เพิ่งผลิต
  • เหลืองทอง: อายุมากกว่า หรือบ่มในถังโอ๊ค
  • ทอง-อำพัน: ไวน์เก่า หรือไวน์เดสเสิร์ต

ความเข้มของสี: สีเข้มในไวน์แดงมักบ่งบอกถึงพันธุ์องุ่นที่ให้สีเข้ม เช่น Malbec หรือ Syrah ความโปร่งใสบ่งบอกถึงสุขภาพและคุณภาพของไวน์

ขั้นที่ 2: Swirl (ค้างแก้ว)

จับขาแก้วแล้วค้างแก้วเป็นวงกลม ทำให้ไวน์ขึ้นไปบนผนังแก้วแล้วไหลลงมา สังเกต Legs หรือ Tears: น้ำไวน์ที่ไหลลงมาตามผนังแก้ว ไวน์ที่มี Legs ช้าและหนาแสดงถึงแอลกอฮอล์หรือกลีเซอรอลสูง

การค้างแก้วมีประโยชน์หลักคือช่วยให้ออกซิเจนผสมกับไวน์และสารระเหยกลิ่นหอมระเหยออกมา ทำให้กลิ่นชัดขึ้นอย่างมาก

ขั้นที่ 3: Sniff (ดมกลิ่น)

ก้มหน้าลงในแก้วและดมกลิ่นสั้นๆ ก่อน จากนั้นดมลึกขึ้นครั้งที่สอง แล้วดมอีกครั้งหลังค้างแก้ว

ชั้นของกลิ่นในไวน์ (Aromas):

Primary Aromas: กลิ่นจากองุ่นโดยตรง

  • ผลไม้: เชอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่, มะนาว, แอปเปิ้ล
  • ดอกไม้: กุหลาบ, ไวโอเล็ต, ดอกส้ม
  • สมุนไพร/พฤกษา: หญ้า, ยูคาลิปตัส, มิ้นต์

Secondary Aromas: กลิ่นจากกระบวนการหมัก

  • ขนมปัง, ยีสต์, เนย, ครีม

Tertiary Aromas (Bouquet): กลิ่นจากการบ่ม

  • วานิลลา, โอ๊ค, ควัน (จากถังโอ๊ค)
  • ดิน, หนัง, ยาสูบ (จากการบ่มในขวด)
  • ดอกไม้แห้ง, น้ำผึ้ง (ไวน์ขาวเก่า)

ขั้นที่ 4: Sip (ชิม)

จิบไวน์ปริมาณเล็กน้อย แล้วบ้วนให้ไวน์ทั่วปาก รวมถึงด้านข้างลิ้น ด้านบน และหลังปาก สูดอากาศเข้าเล็กน้อยขณะที่ไวน์อยู่ในปาก (เรียกว่า retronasal olfaction) เพื่อให้กลิ่นขึ้นไปทางจมูกด้านหลัง

สิ่งที่ประเมินขณะชิม:

องค์ประกอบอธิบายบอกอะไร
Sweetness (ความหวาน)รสหวานที่ปลายลิ้นน้ำตาลตกค้าง (Residual Sugar)
Acidity (กรด)ความสดชื่น น้ำลายไหลความสดและอายุการเก็บ
Tannin (แทนนิน)ความฝาด แห้งปากโครงสร้างของไวน์แดง
Alcohol (แอลกอฮอล์)ความร้อนคอปริมาณแอลกอฮอล์
Body (ความหนัก)น้ำหนักในปากความเข้มข้น
Flavor (รสชาติ)รสชาติผลไม้ ไม้ ฯลฯตัวตนของไวน์

ขั้นที่ 5: Savor / Summarize (สรุป)

หลังกลืนหรือบ้วนทิ้ง สังเกต Finish: ระยะเวลาที่รสชาติยังคงอยู่ในปาก ไวน์คุณภาพสูงมักมี Finish ยาว 30-60 วินาทีหรือมากกว่า ไวน์ธรรมดามี Finish สั้น 5-15 วินาที

ประเมินความสมดุลโดยรวม: ไวน์ดีต้องมีความสมดุลระหว่างผลไม้ กรด แทนนิน และแอลกอฮอล์ ไม่มีองค์ประกอบใดโดดเด่นหรือขาดเกินไป

คำศัพท์ Wine Tasting ที่ควรรู้

เกี่ยวกับความหวาน:

  • Bone Dry: แห้งสนิท ไม่มีความหวานเลย
  • Dry: แห้ง (มาตรฐาน)
  • Off-Dry: กึ่งแห้ง มีความหวานเล็กน้อย
  • Medium-Sweet: กึ่งหวาน
  • Sweet: หวาน

เกี่ยวกับ Body:

  • Light-Bodied: เบา เช่น Pinot Noir, Gamay
  • Medium-Bodied: ปานกลาง เช่น Merlot, Sangiovese
  • Full-Bodied: หนัก เช่น Cabernet Sauvignon, Shiraz, Chardonnay บ่มถัง

เกี่ยวกับ Finish:

  • Short Finish: รสชาติจางหายภายใน 5-10 วินาที
  • Medium Finish: 10-30 วินาที
  • Long Finish: มากกว่า 30 วินาที
  • Persistent: รสชาติอยู่นานมาก เป็นสัญลักษณ์ของไวน์คุณภาพสูง

วิธีฝึก Wine Tasting สำหรับมือใหม่

เริ่มจากการเปรียบเทียบ: ชิมไวน์ 2-3 ขวดพร้อมกันเพื่อเปรียบเทียบ เช่น Sauvignon Blanc vs Chardonnay หรือ Pinot Noir vs Cabernet Sauvignon การเปรียบเทียบช่วยให้สังเกตความแตกต่างได้ชัดขึ้นมาก

จดบันทึก: เขียน Wine Tasting Notes ลงสมุดหรือแอปพลิเคชัน บันทึกสีที่เห็น กลิ่นที่ดม รสชาติที่ชิม และคะแนนส่วนตัว การมีบันทึกช่วยให้จำและเปรียบเทียบไวน์ในอนาคตได้

เข้าร่วม Wine Tasting Event: ร้านไวน์และนำเข้าไวน์หลายแห่งในไทยจัด Wine Tasting Event เป็นประจำ เป็นโอกาสดีที่จะลองไวน์หลายขวดในราคาประหยัดและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

สงสัยว่าไวน์ตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน Line ได้เลย ตอบทุกวัน

สรุป

Wine Tasting เป็นทักษะที่พัฒนาได้ด้วยการฝึกฝนสม่ำเสมอ ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดในการชิมไวน์ สิ่งสำคัญคือการสังเกตและบันทึกความรู้สึกของตัวเอง ยิ่งชิมมากยิ่งพัฒนาเร็ว และการเพลิดเพลินกับไวน์จะยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ

คำถามที่พบบ่อย

การชิมไวน์แบบมืออาชีพมี 5 ขั้นตอน คือ 1) ดูสี 2) ค้างดม (Swirl) เพื่อเปิดกลิ่น 3) ดมกลิ่น 4) ชิม โดยบ้วนไวน์ให้ทั่วปาก 5) สรุปความรู้สึกโดยรวมและระยะนำส่ง (Finish)

บทความที่เกี่ยวข้อง